LINE : @JUAD888
×
เมื่ออยากเล่นคาสิโน ให้นึกถึง JUAD888 เว็บพนันออนไลน์ ที่มีเกมส์คาสิโนจากทุกค่าย รวมเอามาไว้ให้เล่นในเว็บเดียว SA GAMING , SEXY GAMING , PG , PRETTY GAMING และ GAMEPLAY อยากเล่นคาสิโนออนไลน์ เซ็กซี่บาคาร่า สล็อต ไฮโล เสือมังกร เกมส์ยิงปลา หรือเกมส์พนันอื่นๆ เรามีทีมงานคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

กุญแจสู่ชัยชนะ ศาสตร์แห่งการนับไพ่แบล็คแจ็ค

Juad888 เป็นเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ที่มีเกมบนโต๊ะหลากหลายให้เลือก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Blackjack ซึ่งเป็นเกมที่ผู้เล่นสามารถใช้กลยุทธ์ต่างๆ เพื่อลดขอบเขตของบ้าน และมีโอกาสทํากําไรได้ในระยะยาว โดยหนึ่งในกลยุทธ์ยอดนิยมคือ การนับไพ่ (card counting) ซึ่งจะเป็นหัวข้อหลักของบทความนี้

การนับไพ่ เป็นทักษะที่ผู้เล่น Blackjack สามารถนํามาใช้ประโยชน์ในการคํานวณความน่าจะเป็นทางสถิติของไพ่ที่เหลืออยู่ในสํารับ เพื่อนําไปสู่การใช้กลยุทธ์ขั้นสูงอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ผู้เล่นสามารถเอาชนะบ้านได้ในระยะยาว

นิยามการนับไพ่

ก่อนเริ่มลงรายละเอียด ผู้ที่เริ่มต้นเข้ามาสนใจเรื่องการนับไพ่มักเข้าใจผิดคิดว่านับไพ่คือการจําไพ่ที่ออกมาทีละใบ ซึ่งฟังดูเหมือนเป็นเรื่องยากเกินไปสําหรับสมองของคนทั่วไป ซึ่งความเป็นจริงแล้วการนับไพ่มีความซับซ้อนน้อยกว่านั้น

การนับไพ่ คือการติดตามการแจกไพ่ที่ออกมาจากสํารับ เพื่อประเมินหาความเข้มข้นของไพ่ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เล่น เมื่อพบว่ามีไพ่ดีๆ เหลืออยู่ในสํารับมาก ก็จะเป็นสัญญาณให้เพิ่มวงเงินเดิมพันขึ้น แม้ว่าการนับไพ่จะช่วยลดขอบเขตของบ้านได้ในระยะยาว แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทําให้ชนะได้ทุกครั้ง เนื่องจากยังต้องอาศัยโชคอยู่ดี นอกจากนั้น สิ่งสําคัญกว่าการนับไพ่คือต้องปฏิบัติตามกลยุทธ์พื้นฐานอย่างเคร่งครัด ซึ่งหากไม่สามารถเล่นได้อย่างถูกต้องแล้ว การนับไพ่ก็ไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง

ประสิทธิภาพการนับไพ่

การนับไพ่จะมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อเล่น Blackjack ที่สํารับมีไพ่น้อยลง เช่น ใช้สํารับเดี่ยว (single deck) ซึ่งหากมีไพ่เอซ (Ace) ตกไป 1 ใบ จากสํารับเดียว จะมีผลต่อความน่าจะเป็นสูงมาก เมื่อเทียบกับการใช้สํารับ 8 สํารับ ซึ่งจะยังมีไพ่เอซเหลืออยู่มากถึง 31 ใบ แทบไม่มีผลต่อความน่าจะเป็นเลย และสิ่งสําคัญการนับไพ่ไม่สามารถทําได้ใน Blackjack ออนไลน์ที่ใช้ RNG เนื่องจากซอฟต์แวร์จะสุ่มไพ่ในแต่ละมือโดยสิ้นเชิง ทําให้การนับไพ่ไร้ประโยชน์ สําหรับ แบล็คแจ็คสดจากดีลเลอร์สาวสวยล่ะ?

กฎหมายเกี่ยวกับการนับไพ่

การนับไพ่ถูกมองว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมาย เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่มีความเข้าใจผิดอย่างแพร่หลาย โดยการนับไพ่ไม่ผิดกฎหมาย แม้แต่ในลาสเวกัสหรือแอตแลนติกซิตี้ ศาลฎีการัฐนิวเจอร์ซีย์ได้ตัดสินในเรื่องนี้ไปแล้ว และกฎหมายของรัฐเนวาดาก็ระบุชัดเจนว่าการนับไพ่ไม่ขัดต่อกฎหมายแต่อย่างใด

แม้ว่าการนับไพ่จะไม่ผิดกฎหมาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคาสิโนจะยอมให้คุณทําได้อย่างอิสระ เมื่อพบว่ามีผู้เล่นนับไพ่ คาสิโนอาจขอให้ออกจากรายการ ซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ถ้าเป็นผู้เล่นเงินต่ํา ดื่มด่ําสนุกสนานไปด้วย ไม่ก่อปัญหาอะไร ก็อาจจะได้รับอนุญาตให้นั่งต่อ แต่ถ้าเป็นลูกค้าระดับ VIP เดิมพันเป็นหลักหมื่นหรือแสน ถือเป็นเรื่องร้ายแรงที่คาสิโนจะไม่อนุญาตให้ทําต่อไปแน่นอน

วิธีการนับไพ่

วิธีการนับไพ่มีหลากหลาย ทั้ง Wong Halves, Red 7, Hi-Lo และ KnockOut เป็นต้น แต่ละระบบก็มีรายละเอียดที่แตกต่างกันไป แต่สิ่งสําคัญร่วมกันคือ:

  • แต่ละใบไพ่จะถูกกําหนดค่านับเป็นตัวเลข
  • ตัวเลขเหล่านี้จะถูกใช้ในการติดตาม “ผลรวมการนับปัจจุบัน”
  • ผลรวมการนับนี้จะถูกแปลงให้เป็น**”ผลนับจริง”**
  • ผลนับจริง เป็นตัวบอกให้เราปรับขนาดการเดิมพัน
  • ต้องปฏิบัติตามกลยุทธ์พื้นฐาน Blackjack อย่างเคร่งครัดเสมอ

เมื่อไรควรนับไพ่

คําตอบคือ ตลอดเวลา! ในการนับไพ่ ผู้เล่นจําเป็นต้องติดตามทุกใบไพ่ที่ถูกแจกออกมา ซึ่งรวมถึงไพ่ของดีลเลอร์ และผู้เล่นคนอื่นๆ ที่นั่งอยู่บนโต๊ะ และไม่ใช่แค่มือเดียว แต่ทุกมือที่ถูกแจกในสํารับนั้น จนกว่าสํารับจะหมดลงและถูกสับใหม่ นับไพ่เป็นทักษะที่ต้องอาศัย สมาธิ อดทน และฝึกฝน ไม่ใช่เรื่องสนุกสนานเหมือนการเล่นแบล็คแจ็คทั่วไป แต่เปรียบเสมือนอาชีพหนึ่งที่ผู้เล่นต้องทําอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

การนับไพ่แบบ Running Count

หลังจากได้ทําความเข้าใจพื้นฐานของการนับไพ่แล้ว เราลองมาดูรายละเอียดของระบบ Hi-Lo ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีที่ง่ายที่สุด สําหรับ Hi-Lo นั้นไพ่แต่ละใบจะได้รับการกําหนดค่านับดังนี้

  • ไพ่ A – 10 ได้ค่า -1
  • ไพ่ 9 – 7 ได้ค่า 0
  • ไพ่ 6 – 2 ได้ค่า +1

ยกตัวอย่างเช่น ที่โต๊ะมีคุณเป็นผู้เล่นคนหนึ่ง พร้อมผู้เล่นอีก 1 คน และดีลเลอร์ 1 คน สําหรับมือแรกของสํารับ คุณได้รับ ไพ่ Ace กับ King สําหรับแบล็คแจ็ค ผู้เล่นคนอื่นได้ King และ Queen สําหรับ 20 ดีลเลอร์เปิดไพ่หงาย คือ 3 แล้วดึงอีก 1 ใบได้ 6 รวมเป็น 19

ยินดีด้วยกับแบล็คแจ็คครับ! พร้อมกันนี้ ผลรวมการนับของเราคือเท่าไร? ถ้าคุณตอบ -4 ถือว่าตอบถูกต้อง จากการเห็นไพ่ Ace, King 3 ใบ, Queen 1 ใบ (-5) รวมกับไพ่ 3 (+1) และ 6 (0) รวมกันเป็น -4 นั่นเอง

ซึ่งผลรวมนี้ เรียกว่า Running Count บอกให้รู้ถึงสถานะของสํารับในขณะนั้น แต่ก็ยังไม่สามารถนําไปใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ ดังนั้น เราจําเป็นต้องนํา Running Count ไปผ่านกระบวนการแปลงค่า เพื่อให้ได้ True Count ออกมา ซึ่ง True Count นี่แหละ คือตัวบอกให้เราปรับเงินเดิมพัน

การนับไพ่แบบ True Count

เราได้ทําความเข้าใจกับ Running Count ไปแล้ว ทําไมไม่นํามาใช้เลย แทนที่จะต้องมาแปลงเป็น True Count? คําถามนี้อาจผุดขึ้นในใจหลายคน

ข้อจํากัดของ Running Count คือ ให้ภาพรวมของสถานะสํารับเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ถ้าเปรียบเทียบกับการเล่นด้วยสํารับเดียว การเอาไพ่ Ace ออกไป 1 ใบจะมีนัยสําคัญมาก แต่เมื่อเล่นด้วยสํารับ 8 สํารับ การเอา Ace ออกไปหรือไม่ก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่

นั่นคือเหตุผลที่จําเป็นต้องแปลง Running Count ให้เป็น True Count ซึ่งสูตรในการแปลงจะแตกต่างกันไปในแต่ละระบบ โดยจุดประสงค์หลักคือเพื่อปรับผลนับให้สอดคล้องกับจํานวนสํารับที่ใช้เล่น เมื่อได้ True Count จึงจะสามารถนํามาใช้ในการตัดสินใจเดิมพันอย่างเหมาะสม

โดยทั่วไปแล้ว เมื่อ True Count มีค่าติดลบ แสดงว่าสํารับไม่เอื้ออํานวยต่อผู้เล่น ควรเดิมพันต่ําลงหรืออาจจะพักไปก่อน ในทางกลับกัน ถ้า True Count มีค่าสูงมากๆ แสดงว่ามีความเข้มข้นของไพ่ดีๆ สูง ถึงเวลาที่จะเพิ่มเงินเดิมพันและกดดันบ้านมากขึ้นแล้ว

การปรับเงินเดิมพันตามผลการนับไพ่

ดังที่กล่าวไปแล้วว่า เราสามารถนํา True Count ไปใช้ในการปรับเงินเดิมพัน โดยปกติแล้วสําหรับมือธรรมดาทั่วไปที่ True Count เป็นลบหรือเป็นศูนย์ เราจะเดิมพันขั้นต่ํา คือ 100 บาทต่อมือ แล้วค่อยๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามค่า True Count ที่สูงขึ้น ยกตัวอย่างเช่น

  • True Count 0 ถึง 1 : เดิมพัน 100 บาท
  • True Count 1 ถึง 2 : เดิมพัน 200 บาท
  • True Count 3 ขึ้นไป : เดิมพัน 300 บาท

เป็นต้น ซึ่งสัดส่วนนี้สามารถปรับได้ตามความเหมาะสมกับเงินทุนและระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของแต่ละบุคคล จุดประสงค์หลักคือเราต้องการเดิมพันสูงในจังหวะที่ดี และถอยทัพในจังหวะที่ไม่ดี

ไม่สามารถนับไพ่ในเกมโป๊กเกอร์ได้

สําหรับเกมโป๊กเกอร์ การนับไพ่เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ผู้เล่นสามารถคํานวณอัตราต่อ เพื่อหาอัตราต่อรองที่จําเป็นสําหรับการ draw ได้ เช่น ถ้าคุณกําลังไล่สูงมือ ไล่ flush ก็ต้องคํานวณหาไพ่ out ที่เหลือ เพื่อประเมินโอกาสที่จะได้สูงมือ นอกจากนี้ผู้เล่นยังสามารถนับจํานวน blockers ในมือตนเองได้อีกด้วย Blockers คือไพ่ที่ทําให้คู่แข่งมีโอกาสจะถือครองมือสูงมือใดสูงมือหนึ่งลดลงหรือเป็นไปไม่ได้เลย แต่อย่างไรก็ตาม ทั้งสองวิธีนี้ไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นการนับไพ่ในความหมายของเกมแบล็คแจ็คได้

ดังนั้นสรุปได้ว่าการนับไพ่ไม่สามารถทําได้ในเกมโป๊กเกอร์ เป็นเพียงแนวคิดที่มีอยู่ในโลกของแบล็คแจ็คเท่านั้น

สรุป

ในภาพรวม การนับไพ่เป็นวิธีการเล่นแบล็คแจ็คที่ถูกต้องตามกฎหมาย แม้ว่าจะต้องอาศัยทักษะและความชํานาญสูง แต่หากใช้ระบบที่ถูกต้อง จะช่วยเปลี่ยนแบล็คแจ็คจากเกมที่บ้านมีอัตราต่อรองเหนือกว่า ให้กลายเป็นเกมที่ผู้เล่นสามารถทํากําไรได้ในระยะยาว ดังนั้นผู้ที่สนใจและพร้อมจะฝึกฝนอย่างหนัก ลองเริ่มศึกษาและทดลองนับไพ่ดูสักระบบหนึ่ง เพื่อเป็นการเริ่มต้นเล่นแบล็คแจ็คในแบบฉบับมืออาชีพกันได้แล้ว